(MISMIE)-Your (or Mine) Inception

posted on 08 Sep 2015 12:02 by noirpoison in COMMUNITY, Dark-Fic
อนทรี่นี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของ
 
New banner 
กะ
New banner 
ก็เป็นได้......
 
/เก็บมาจากใน Justpaste

 

"Dreams feel real while we're in them."

 

 

เขาถอดแว่นอ่านหนังสือออกแล้วปรายตามองไปที่นาฬิกาโดยไม่รู้ตัว

 

ใกล้ตีสามแล้ว..

 

และที่นอนข้างๆตัวเขายังว่างเปล่า..

 

เขากำลังรอคอยใครสักคนอยู่.. คนที่หลับและตื่นเคียงข้างกันตลอดช่วงที่ผ่านมา

 

ลูกน้องคนสนิทแสนรัก..คนที่ใกล้เคียงที่สุดในการใช้คำว่าคนรัก

 

หรืออาจจะไม่ใช่แค่ใกล้เคียงก็เป็นได้..

 

 

เวลาป่านนี้แล้ว แต่คนข้างกายเขายังไม่กลับ..

 

หลังจากหาวออกมาอีกครั้งเขาจึงตัดสินใจว่าตัวเองควรนอนไปก่อนดีกว่า

 

เอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียง ตาหรี่ปรือเหม่อมองความมืดมิดในห้องก่อนจะปิดลง

 

เขานอนตะแคงบนที่นอนหนานุ่ม หันหลังให้กับพื้นที่บนเตียงที่รอคอยเจ้าของมันกลับมา..

 

ราวกับว่าไม่ต้องการมองเห็นความว่างเปล่านั้น

 

 

แต่ไม่ช้านาน หลังจากเสียงแง้มประตูแผ่วเบา ตามด้วยน้ำหนักของพื้นเตียงที่ยวบลงเล็กน้อยปลุกให้เขาลืมตาตื่นขึ้น

 

มือหนาที่เอื้อมมาโอบเขาจากด้านหลังยิ่งทำให้เขายิ้มบางออกมา ทั้งๆที่ง่วงงุนก่อนกุมมือแล้วเอ่ยถาม

 

 

"วันนี้งานยุ่งเหรอ..กลับมาซะดึก.. "

 

 

แต่ริมฝีปากอุ่นที่จูบคอด้านหลังเขาอย่างบางเบา กลับตอบมาด้วยข้อความที่ทำให้เลือดในกายเขาเย็นลงฉับพลัน

 

 

"...ไฟลต์ดีเลย์น่ะ "

 

 

เสียงทุ้มที่คุ้ยเคยเกินไปนั่นเป็นของชายผู้ที่ยึดครองพื้นที่ทั้งในหัวใจและสมองของเขาไว้มาเนิ่นนาน

 

แต่อาจไม่ใช่ด้วยความรัก

 

 

ซิลเวียน อัล เซอร์ฮฺวา

 

 

ศัตรูที่เขาไล่ตามมาตลอดและคว้าได้แค่อากาศ กลับเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาถึงที่..และถึงตัว

 

ใกล้แค่ลมหายใจ

 

 

เขาข่มสติให้นิ่ง พยายามผ่อนลมหายใจยืดจังหวะชีพจรที่เต้นแรงจนบ้าคลั่ง

 

นึกถึงปืนคู่ใจที่สอดไว้ใต้หัวนอน

 

นึกถึงการรับมืออย่างถูกต้องที่เขียนไว้ในในตำรา

 

นึกถึงการตอบโต้ด้วยท่าทางการต่อสู้มากมายที่เคยได้เรียนมา

 

แต่สิ่งเดียวที่เขาทำไปคือกล่าวถามเสียงเบาเมื่ออ้อมกอดอุ่นนั้นกระชับตัวเขาเข้าไปชิดอย่างโหยหา

 

 

"นาย.. มาทำไม"

 

 

เสียงที่ล่องลอยในบรรยากาศนั้นดูหวั่นไหวเกินจะเป็นคำกล่าวของเขาเอง

 

ราวกับได้เห็นรอยยิ้มมุมปากอันคุ้นเคยในคำตอบรับคำถามที่เขาได้ถามไป

 

 

"..คิดถึงนายจนทนไม่ไหวน่ะสิ.. ไมลส์"

 

 

ริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ที่ต้นคอ เลื่อนมากระซิบคำหวานให้ฟังที่ข้างหูอย่างแผ่วเบานุ่มนวล

 

ราวกับเป็นคนรัก..

 

 

เขาหันกลับมาหาเจ้าของคำพูดนั้นช้าๆ โดยที่เจ้าของอ้อมกอดที่รั้งตัวเขาไว้ก็ไม่ได้ขัดขืน

 

ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาสีเทาอย่างเงียบงัน

 

ใบหน้าคุ้นเคยที่เคยเห็นในความทรงจำนั้นไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่นัก

 

 

มีข้อแตกต่างเพียงร่องรอยตามวัยที่หัวคิ้วและหางตา รอยแผลบางเบาที่หางคิ้วซ้าย

 

และดวงตาแสนเศร้าที่หาแววขี้เล่นแบบในอดีตไม่เจอแม้รอยยิ้มจะประดับอยู่ที่ใบหน้า

 

เขาจ้องมองมันไม่วางตา..

 

 

ก่อนจะยกปืนในมือที่เพิ่งคว้ามาจากใต้หมอนเล็งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย..

 

และแตะปลายนิ้วที่ไกปืน.. เตรียมยิง

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

 

2.

 

ดวงตาสีเทาที่คุ้นเคยของอีกฝ่ายที่ในคราแรกดูราวผิวน้ำในบ่อลึก...มืดสนิท..เรียบนิ่ง..ไร้ประกาย..ไร้ความเคลื่อนไหว

 

ฉานฉายแววของความรู้สึกที่เขาไม่เข้าใจว่าคืออะไร

 

วูบแววที่คล้ายพบสิ่งที่ตามหา..แต่มองอีกด้านก็เหมือนสูญเสียสิ่งนั้นไปในเวลาเดียวกัน

 

ชายผมทองจ้องมองใบหน้าของเขานิ่งนานเหมือนที่เคยมองมาเสมอ

 

ยิ้มประดับเรียวปากนั้นหม่นลงเล็กน้อยก่อนเอ่ยคำถามเรียบเรื่อย

 

 

"...คราวนี้ตัดสินใจได้แล้วหรือ..ไมลส์..ว่าจะยิงหรือไม่ยิง "

 

 

ปลายกระบอกปืนที่เล็งยิงในมือเขาครานี้หาได้มีความสั่นไหวเช่นวันวาน..แต่ภายในนั้นกลับสั่นไหวยิ่งกว่า

 

 

"นายคิดว่าการกล้าทำแบบเดิมซ้ำสองจะทำให้ผลเป็นแบบเดิมเหรอ..อัล?"

 

 

ปลายท้ายเสียงคำที่ไม่ได้เอ่ยเรียกมาเนิ่นนานเรียกความปวดหน่วงแปลกๆขึ้นในอก

 

คนตรงหน้ายิ้มยวนก่อนกระชับอ้อมกอดเข้าหา กดหน้าผากแนบผิวโลหะเย็นเฉียบราวไม่ใส่ใจ

 

น้ำเสียงทุ้มนั้นยังกล่าวเหมือนล้อเล่นต่อไป

 

 

"ก็คิดว่า..ไม่สิ หวังว่า..ถ้าเป็นไมลส์ของชั้น ผลอาจจะออกมาเป็นแบบเดิม"

 

 

ดวงตาสองคู่สบมองกันนิ่ง..คู่หนึ่งถามคำถาม แต่อีกคู่กลับไม่สะท้อนคำตอบ

 

 

"แต่คนตรงนี้จะยังใช่ไมลส์คนนั้นหรือเปล่านะ..."

 

 

ชายผมดำขมวดคิ้วก่อนถอนหายใจ กล่าวตอบไปด้วยรอยยิ้มแบบที่ได้ฝึกฝนมาอย่างดี

 

 

"ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว.. ตอนนี้นายคือเป้าหมายการทำงานของชั้น..ก็รู้นี่"

 

 

เขายันตัวขึ้นจากที่นอนพร้อมขยับมือเป็นสัญญาณให้ลุกขึ้น

 

อีกฝ่ายยิ้มแล้วลุกตามอย่างไม่ยินดียินร้าย ก่อนชูมือสองข้างเป็นเชิงว่ายอมแพ้

 

 

"อืม..รู้.. แต่ทั้งๆที่รู้ก็ยังคิดว่านายจะไม่ยิง... "

 

 

ร่างสูงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าก้มลงคลอเคลียข้างหูราวไม่กลัวว่าจะถูกปืนที่แนบอยู่ที่อกลั่นไกเข้าใส่..

.

แล้วเอื้อมมือไปกอบมือที่กุมปืนไว้อย่างแผ่วเบา

 

 

"แล้วนายมาทำไม?"

 

 

เขาถามย้ำเสียงเข้ม ขืนมือที่เล็งยิงไว้ไม่ให้สั่นไหว

 

ในสมองคิดคำนวณเหตุผลมากมายในการมาเยือนของเพื่อนเก่าตรงหน้า

 

รอยยิ้มที่ประดับเพียงริมฝีปากแต่ไม่ถึงดวงตาของอีกฝ่ายทำให้ห้วงความคิดของเขาติดขัด

 

จนลืมนึกถึงคนที่เขากำลังรอคอยอยู่ก่อนหน้านี้

 

 

 

"ก็คิดถึง..จนทนไม่ไหว.."

 

 

 

ริมฝีปากคลอเคลียไล่จากใบหูมาที่ใบหน้า จุมพิตแผ่วโหยหา.. อบอุ่นและคุ้นเคยจนเขาต้องหลับตาลงตอบรับสัมผัส

 

 

"และ..มีเรื่องอยากถามนายนิดหน่อย.."

 

 

กระซิบแผ่วพร้อมจูบนุ่มที่ทำให้เขาเคลิ้มไปอย่างที่เคยเป็นเสมอมา

 

 

และไม่ได้รู้ตัวเมื่อมีเสียงเปิดประตูห้องโดยผู้มาเยือนคนที่สาม

 

ไฟเพดานถูกเปิดขึ้นอย่างกระทันหันจนตาพร่า

 

 

 

"...ไมลส์!!!"  เซอร์กานตะโกน

 

 

แล้วพุ่งตัวเข้ามาในทันทีที่ภาพตรงหน้าชัดเจนพอว่าชายคนรักของตนอยู่ในอ้อมกอดของบุคคลอันตราย

 

 

ในเวลาเดียวกับที่ปืนอีกกระบอกในเสื้อสูทถูกดึงขึ้นมาเล็งไว้ที่บุคคลที่สาม

 

 

 

"อย่าขยับนะครับ..หนูน้อย..เซอร์กาน.."

 

 

 

ซิลเวียนเหยียดยิ้มมุมปากก่อนหันมาเอ่ยถามเขาด้วยเสียงนุ่ม

 

 

 

"นายจะเลือกใครเหรอ..ไมลส์"

 

 

 

ยิ้มหวานกวนใจนั่นทำให้เขากล่าวถามไปเสียงสั่น

 

 

"อัล...นาย..."

 

 

ดวงตาสีเทาส่อแวววูบหม่น เสียงถอนหายใจดังขึ้นบางเบาก่อนจบลงด้วยเสียงปืน

 

และลูกกระสุนที่พุ่งผ่านร่างชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงในห้องให้ทรุดลงนอนจมกองเลือด

 

 

 

"ตอบชั้นสิ..ไมลส์..ไม่อย่างนั้น..คนรัก..ของนายอาจตายได้นะ"

 

 

 

เสียงหัวเราะแหบแห้งราวเจ็บปวดที่เสียดแทงโสตประสาตทำให้เข้าต้องรีบตัดสินใจ

 

 

 

"หยุดนะ! อัล อย่าทำแบบนี้"

 

 

 เสียงของเขาตอนนี้ที่ตะโกนออกไปโดยไม่รู้ตัว คงสั่นไหวจนเรียกรอยยิ้มเศร้าให้ผุดเพิ่มที่ใบหน้าคนตรงหน้า

 

 

แต่เสียงเคลื่อนไกของปืนในมือซิลเวียนทำให้ทั้งร่างของเขาแข็งเกร็ง..เย็นเฉียบราวก้อนหิน

 

ก่อนที่เขาจะกดปลายนิ้วลงบนไกปืนในมือของตนอย่างไม่รู้ตัว

 

และเสียงสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงดินปืนที่ระเบิดในรังเพลิงปืน

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

 

 

3.

 

 

!!!

 

 

เขาผุดลุกขึ้นมาจากเตียงกลางดึกด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

 

แต่เสียงที่กระทบโสตประสาทของเขากลับไม่ใช่เสียงปืน

 

ฟ้าผ่าฝนคะนองนอกห้องที่ได้ยินต่างหากที่ปลุกเขาให้ตื่น

 

 

ซิลเวียนมองนอกหน้าต่างเพื่อดูเมืองเวนิสใต้ม่านฝน..มองสายฟ้าแปลบปลาบกับฝนที่ร่วงหล่นพลางนึกถึงฝันเมื่อครู่

 

 

ฝัน....สินะ

 

เป็นแค่ฝัน

 

 

เขาถอนหายใจ....ยกมือขึ้นลูบหน้า ความฝันที่เขาไม่อาจบอกได้ว่ามันเป็นฝันดีหรือฝันร้าย

 

และไม่สามารถบอกได้

 

ว่าสิ่งใดในฝันที่เขาอยากให้มันเป็นจริงมากกว่า

 

 

ระหว่างการลั่นไกเพื่อฆ่า....

 

 

หรือถูกฆ่าโดยการลั่นไก....

Comment

Comment:

Tweet